พลาสติกวิศวกรรม

พลาสติกวิศวกรรม

         พลาสติกวิศวกรรม เป็นหนึ่งในหมวดพลาสติก 3 หมวดใหญ่ๆตามการใช้งาน อันได้แก่ พลาสติกวิศวกรรม พลาสติกใช้งานทั่วไป และสเปเซียลตี้พลาสติก พลาสติกใช้งานทั่วไป ที่ผลิตและจำหน่ายในประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นจำพวกโพลิโพรพิลีน โพลิเอทิลีน โพลิสไตรีน โพลิไวนิลคลอไรด์ โพลิเมทิล เมทาคริเลต อะคริลิก เอบีเอส เอสเอเอ็น หรือแซน เป็นต้น สำหรับพลาสติกวิศวกรรมที่เริ่มเข้ามามีบทบาทในประเทศไทย ได้แก่ โพลิออกซิเมทิลีน หรือพีโอเอ็ม โพลิคาร์บอเนต โมดิฟายด์ โพลิโพรพิลีนออกไซด์ โพลิเอทิลีนเทเรฟทาเลต โพลิบิวทิลีนเทเรฟทาเลต เป็นต้น ลักษณะเด่นของพลาสติกวิศวกรรมที่แตกต่างจากพลาสติกใช้งานทั่วไปคือ พลาสติกวิศวกรรมจะมีคุณสมบัติเชิงกลดีกว่า มีน้ำหนังเบา สามารถปรับแต่งได้เหมือนโลหะ ส่วนสเปเชียลตี้พลาสติก เป็นพลาสติกชนิดพิเศษที่นอกเหนือจาก 2 กลุ่มแรก เช่น เทฟลอน เป้นต้น

         และเราสามารถแบ่งพลาสติกออกเป็น 2 หมวด ตามลักษณะคุณสมบัติ คือ เทอร์โมพลาสติก กับเทอร์โมเซต เทอร์โมพลาสติกเป็นกลุ่มที่บ้านเราให้ความนิยมมากกว่า เนื่องจากเทอร์โมพลาสติกสามารถนำกลับมาขึ้นรูปใหม่ได้ และเสียค่าใช้จ่ายในการตกแต่งน้อยกว่า มีความเหนียวดี สามารถทำให้มีความบางได้ตามต้องการ น้ำหนักเบา มีรอบในการผลิตน้อย จึงผลิตได้เร็ว ทำให้ได้ผลผลิตสูงสามารถให้สีได้หลากหลาย ส่วนเทอร์โมเซต มีคุณสมบัติที่ไม่สามารถนำกลับมาขึ้นรูปไหม่ได้ ไม่ค่อยหดตัว มีความแข็งตึง ต้านทานการยืดคราก ความชื้น และสารเคมีได้ดีเยียม สามารถใช้งานที่อุณหภูมิสูงได้ แต่มีข้อจำกัดในเรื่องการให้สี ความใส และการหล่อเข้าแบบ

(ขอขอบคุณข้อมูลจาก สมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกไทย)

 

ตารางคุณสมบัติพลาสติกวิศวกรรม
พลาสติก อุณหภูมิการใช้งาน ( C ) ความแข็ง 
Teflon -160/+280 55-65 (Shore D)
POM 112 83 (Shore D)
PE300 90 64 (Shore D)
PE1000 137 62-66 (Shore D)
PP 82 68-72 (Shore D)
PVC 83 115 (R Scale)
Nylon6 -40/+90 82 (Shore D)
Cast Nylon -40/+100 84 (Shore D)
MC Nylon -40/+115 84 (Shore D)
Bakelite 120 110 (M Scale)
Silicone 250 70+-5 (HSD)
หมายเหตุ: ค่าความแข็ง และอุณหภูมิการใช้งาน เป็นเพียงค่าที่ผ่านการทดสอบเบื้องต้น
การใช้งานจริงอาจต้องตรวจสอบองค์ประกอบและปัจจัยอื่นๆในการใช้งานด้วย
Visitors: 222,133